Blog

3ช่องทางหางานในสถานการณ์ปัจจุบันช่วงแพร่ระบาดโควิด-19

ด้วยเหตุที่ว่าปัจจุบันมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 กระจายหลายพื้นที่ ไม่ว่าในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่เป็นแหล่งหางานหลักของประเทศ แต่จังหวัดต่างๆในแต่ละภูมิภาคของประเทศไทยก็มีผลกระทบกระจายเป็นวงกว้าง หัวเมืองหลักของไทย ก็พบว่ามีการลดอัตราการจ้างงาน การรับสมัครงาน การเลื่อนโครงการกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมให้ประชากรมีงานทำออกไปอย่างไม่มีกำหนด ยกเลิกตัวอย่างไม่ว่าจะ สงขลา หาดใหญ่ เชียงใหม่ ขอนแก่น นครราชสีมา ชลบุรี  ภูเก็ต นครศรีธรรมราช ตำแหน่งงานเปิดรับลดอย่างเห็นได้ชัด แรงงานในพื้นที่ภูมิภาค ก็มีผลกระทบไปตามๆกัน อีกประเด็นก็คือช่วงนี้เป็นช่วงนี้นักศึกษาสำเร็จการศึกษาจำนวนมากพอดี กลับต้องว่างงาน ไม่มีงานทำ หางานไม่ได้ เพราะทุกบริษัทก็หยุดดำเนินการชั่วคราวกันหมด แต่เราต้องหาทางหางานผ่านช่องทางอื่นๆ เพื่อให้มีงานทำให้ วันนี้เราจะแนะนำช่องทางการหางาน และตรวจสอบได้ว่าบริษัทไหนเปิดรับและสัมภาษณ์งานได้บ้าง 1. เว็บไซต์หางานออนไลน์ เว็บไซต์หางานออนไลน์ในประเทศไทยก็มีจำนวนไม่น้อย เมื่อเข้าไปดูตำแหน่งงานในช่วงนี้ ก็ต้องยอมรับว่ามีตำแหน่งงานน้อยลง แต่ไม่ได้เลวร้ายเพราะก็ยังมีบริษัทจำนวนไม่น้อยประกาศตำแหน่งงานเพื่อหาบุคลากรในการสนับสนุนการทำงานของบริษัทอยู่เยอะพอสมควร คำถามที่คิดกันต่อว่าแล้วสมัครงานในเว็บไซต์หางานออนไลน์แล้วจะไปสัมภาษณ์งานอย่างไรในเมื่อหลายบริษัทหยุดทำการหรือให้เจ้าหน้าที่ทำงานที่บ้าน มันไม่ใช่อุปสรรคในหารสรรหาคนของบริษัท แต่เราก็ต้องปรับตัวการสัมภาษณ์งานในปัจจุบันช่วงวิกฤติโควิด-19 บริษัทหลายแห่งใช้ระบบสัมภาษณ์งานผ่านระบบออนไลน์ โดยอาศัยแอพต่างๆในการสัมภาษณ์งานกับผู้สมัครงานโดยไม่ต้องเสี่ยงเดินทางไปสัมภาษณ์งาน ผู้สมัครงานก็ควรสร้างเรซูเม่และใบสมัครงานลงไปในระบบออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ต่างๆ ให้มีความสมบูรณ์มากที่สุด และพร้อมที่จะทำงานจริงๆหากได้งานในช่วงวิกฤตแบบนี้ 2. บริษัทจัดหางาน บริษัทจัดหางาน ก็เป็นอีกช่องทางที่เป็นตัวเลือกให้ผู้สมัครงาน คนหางาน ผู้ว่างงานในแต่ละพื้นที่มีโอกาสในการได้งานทำ เพราะว่า บริษัทจัดหางานจะเป็นตัวกลางระหว่างผู้สมัครงานและบริษัทต่างๆทั่วประเทศ ในการคัดกรองคุณสมบัติผู้สมัครงานตามความต้องการของบริษัท สัมภาษณ์ การอบรม การปรับทัศนคติ การเตรียมความพร้อมต่างๆ ก่อนที่จะส่งไปยังบริษัท หากคุณสมบัติครบ สัมภาษณ์ผ่าน ก็เข้าเริ่มงานได้ทันที ไม่ต้องรอลุ้นแบบการสมัครงานอย่างอื่นๆ และเราก็เลือกสาขาอาชีพในสิ่งที่ตัวเองชอบได้ ได้รู้ภาระหน้าที่ตำแหน่งงานของตัวเองก่อนเริ่ม ในไทย บริษัทจัดหางานก็มีมากมาย และหลากหลายประเภท เพื่อเป็นตัวเลือกให้ผู้สมัครงานเข้าไปหางาน 3. สำนักงานจัดหางานจังหวัด / กรมการจัดหางาน  กระทรวงแรงงาน สำนักงานภาครัฐอย่างสำนักงานจัดหางานจังหวัด ก็เป็นอีกช่องทางในการหางานยุคโควิด-19 แต่สำนักงานก็มีการปรับตัวขั้นตอนในการเข้ารับบริการ ด้านออนไลน์มากขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ว่างงาน ผู้สมัครงานทั่วไป ติดต่อ สอบถามและสมัครงานได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องเสี่ยงในการเดินทาง ตำแหน่งงานก็จะเป็นกลุ่มตำแหน่งงานทั่วไป ตั้งแต่ระดับปฏิบัติงาน ถึง ชำนาญการก็มี นี้ก็เป็นอีกช่องทางในการหางานเพื่อให้เราไม่ว่างงานนานอีกต่อไปหากเราปรับตัว   การหางานในยุคโควิด-19 นี้ไม่ใช้เรื่องลำบากและถึงแม้จะไม่สะดวกสบายแบบก่อนหน้านี้ก็ต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด ผู้สมัครงาน ผู้ว่างงานที่กำลังหางานทำ ลองเข้าใช้งานทั้งสามช่องทางนี้ เชื่อว่าเราจะไม่ตกงาน ว่างงานแบบนี้ไปได้นอก เพราะหลายสายงานในช่วงวิกฤตก็มีความต้องการแรงงานเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว เช่น กลุ่มอุตสาหกรรม กลุ่มภาคการเงินการประภัย กลุ่มระบบขนส่ง กลุ่มภาคผลิต กลุ่มวิศวกร และกลุ่มการตลาด ที่ต้องมีการขับเคลื่อนไปอย่างเป็นระบบ เราหวังว่าผู้สมัครงานปรับตัวเองให้ผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปด้วยกัน บทความโดย : พงศิษฐ์ ด่านประเสริฐกุล 
read more

ท่ามกลางสถานการณ์ปัจจุบันเกิดการเปลี่ยนแปลงวิถีการทำงานของคนไทยและต้องปรับตัวให้ทันเพื่อพ้นผ่านวิกฤตโควิด-19ไปให้ได้

การปรับตัวของคนทำงาน คนหางาน และผู้สมัครงานในปัจจุบันเป็นสิ่งสำคัญในการดำเนินชีวิตต่อไปท่ามการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 คนทำงานก็ต้องระมัดระวังตนเอง แต่การทำงานก็จำเป็นในการดำรงชีวิต รายได้ ภาระหนี้สิน ที่นับวันยิ่งหนักขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้จะมีมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐบางส่วนก็ตาม ทุกบริษัทก็ต้องมีการปรับตัว การทำงานที่บ้าน หรือบางสาขาอาชีพก็ไม่สามารถหยุดหรือหลีกเลี่ยงการเดินทางไปทำงานได้ ก็ต้องดูแลตัวเอง เว้นระยะห่างทางสังคม หลายสาขาอาชีพก็งดรับพนักงาน งดสัมภาษณ์งาน ลดอัตรากำลังคน ลดเงินเดือน หรือหนักสุดก็คือให้หยุดงาน แต่ก็ต้องดิ้นรนไปในสถานการณ์แบบนี้ต้องผ่านไปให้ ไม่ว่าผู้สมัครงาน นักศึกษาจบใหม่ที่เป็นช่วงนี้พอดี เป็นเรื่องยากที่จะมีการรับสมัครงาน หางาน จนสามารถพิสูจน์อะไรได้หลายๆอย่าง จากพฤติกรรมของคน เช่นการหาช่องทางหางานทางอื่นๆ เว็บไซต์หางาน บริษัทจัดหางาน หรือไม่ก็ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ ก็ยังเป็นตัวเลือกในการหางานช่วงแบบนี้ได้ดีทีเดียว เราจะได้คัดบทความดีๆ จาก ธนาคารแห่งประเทศ เพื่อมาให้ความรู้และเตรียมความพร้อมตัวเองในหางานหางาน ทำงานในยุคโควิดนี้กัน  ท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลกนั้น ประเทศไทยได้เผชิญจุดผกผันของประเทศ หรือ Golden period ที่จะตัดสินว่าการระบาดของโควิด-19 ในไทยจะสามารถ คุมได้ หรือ คุมไม่ได้ ซึ่งถ้า คุมไม่ได้ จำนวนคนไข้จะเกินศักยภาพของสาธารณสุขไทยที่จะรองรับได้ ทั้งบุคลากรทางการแพทย์ ห้องผู้ป่วย หรืออุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อนั้นจะไม่เพียงพอ เพื่อให้เรารอดพ้นจากสถานการณ์ที่คุมไม่ได้จึงเป็นที่มาของการปฏิบัติตัวที่เราทุกคนต้องช่วยกันด้วยการเว้นระยะห่างทางสังคม หรือ Social distancing (การใช้ชีวิตที่ลดการปฏิสัมพันธ์ทางกายภาพและทางสังคม) ตามหลักที่ว่า โรคติดต่อ จะไม่ติดต่อ ถ้าเราไม่ติดต่อกัน รวมไปถึงการทำงานที่บ้านสำหรับสายอาชีพที่สามารถทำได้ และมาตรการต่าง ๆ ที่ออกมาเพื่อเสริมการเว้นระยะห่างทางสังคม ทั้งการปิดช่องทางการเข้ามาในประเทศ และการปิดสถานที่เสี่ยงต่อการติดโรคเป็นการชั่วคราว ซึ่งปกติมีคนจำนวนมากไปทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น สถานบันเทิง ร้านเสริมสวย ร้านนวดแผนโบราณ สถานศึกษา ตลาดนัด และห้างสรรพสินค้าบางส่วน โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เชื่อแน่ว่าวิถีชีวิตแบบใหม่ของการอยู่ร่วมกันในสังคมและมาตรการดังกล่าว จะช่วยลดปริมาณผู้ติดเชื้อลงได้ในภายหน้า และช่วยให้เราข้ามผ่านช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนี้ไปได้ หากแต่คนไทยทุกคนต้องปรับตัวและอดทนเพื่อก้าวข้ามวิกฤตนี้ไปด้วยกัน   บทความในวันนี้ขอแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวทางการใช้ชีวิตในห้วงเวลาสำคัญนี้ โดยขอแบ่งการทำงานตามวิถีชีวิตแบบใหม่ออกเป็นสามกลุ่ม กลุ่มแรกคือคนที่สามารถทำงานที่บ้านได้ หรือ ที่เรียกกันติดปากในแทบทุกสื่อว่า WFH - Work From Home เช่น ครู นักการเงิน ผู้บริหาร ที่เทคโนโลยียุคนี้เอื้อให้ทำงานได้อย่างคล่องตัวแม้ไม่ต้องเข้าออฟฟิศ ขณะที่การทำงานในบางอาชีพแทบไม่จำเป็นต้องพบเจอผู้คนเลยด้วยซ้ำ เช่น นักเขียน นักออกแบบโปรแกรมเมอร์ ซึ่งภายใต้สถานการณ์ปกติแล้ว คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่คงต้องเดินทางไปทำงานที่ออฟฟิศ ดังนั้นหากคนกลุ่มนี้พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสที่จะประหยัดเวลาในการเดินทาง ยิ่งถ้าเป็นกรุงเทพฯ การต้องฝ่าฟันรถติดได้บั่นทอนศักยภาพในการทำงานไปไม่มากก็น้อย เมื่อปรับตัวได้ การทำงานที่บ้านย่อมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้ถือเป็นการฝึกวินัยด้วยหลักที่ว่าการทำงานวัดที่ผลงาน ไม่ได้วัดที่เวลาการเข้า-ออกจากที่ทำงาน ผู้เขียนจึงมองว่าคนกลุ่มนี้อาจไม่ได้รับผลกระทบในด้านการทำงานมากนักจากวิกฤตโควิด-19 แม้อาจรู้สึกอึดอัดถ้าชอบใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางฝูงชน อย่างไรก็ดี คนกลุ่มนี้ถือเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้ไทยควบคุมสถานการณ์ได้หากอยู่แต่ที่บ้านไม่ออกไปไหนถ้าไม่จำเป็น และมากไปกว่านั้นถ้ามีวินัยในการทำงานก็จะยิ่งเป็นกำลังสำคัญให้กับเศรษฐกิจไทยในช่วงวิกฤตนี้ได้   กลุ่มที่สองคือ คนที่ไม่สามารถทำงานที่บ้านได้ ประกอบไปด้วยคนหลายสายอาชีพ บุคลากรทางการแพทย์ ฮีโร่ของเราที่ต้องเผชิญความท้าทายอย่างมาก จากทั้งโรคอุบัติใหม่ซึ่งทำให้ยากแก่การรักษา จำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นในแต่ละวัน และยังต้องเผชิญกับการขาดแคลนอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อซึ่งสำคัญอย่างยิ่งในการปฏิบัติหน้าที่ท่ามกลางความเสี่ยงของการติดโรค คนกลุ่มนี้อุทิศตัวในการทำหน้าที่อย่างเต็มที่ท่ามกลางความเสี่ยงของโรค ถัดมาเป็นอาชีพที่ช่วยให้พวกเราอยู่รอดได้ในวิถีชีวิตใหม่อย่างราบรื่น อาทิ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง พนักงานขนส่งสินค้าอุปโภค บริโภค รปภ. ตำรวจ ทหาร เจ้าหน้าที่ต้องประจำการ ฯลฯ ซึ่งคนกลุ่มนี้ที่เป็นข้าราชการหรือรัฐวิสาหกิจจะได้รับเงินเดือนเท่าเดิม ขณะที่อาชีพอื่นอาจได้รับรายได้แตกต่างกันไปตามผลกระทบ มอเตอร์ไซค์รับจ้างอาจมีได้รายได้มากขึ้น เนื่องจากคนไม่ออกจากบ้านจึงใช้บริการสั่งอาหาร/ส่งของมากขึ้น แม้คนกลุ่มนี้อาจจะมีโอกาสสร้างรายได้มากขึ้น แต่ก็เป็นการปฏิบัติงานบนความเสี่ยงที่จะต้องสัมผัสกับโลกภายนอกจึงเป็นที่น่าชื่นชมและควรได้รับการปฏิบัติด้วยเป็นอย่างดีจากพวกเราที่ต้องพึ่งพาอาศัยในยามยากเช่นนี้  และกลุ่มสุดท้าย คือ คนในสายอาชีพที่ได้รับผลกระทบอย่างมากจนสูญเสียงานหรือรายได้ ทั้งที่ได้รับผลโดยตรงจากนักท่องเที่ยวที่ลดลงอย่างมาก เช่น ไกด์ เจ้าของธุรกิจโรงแรมและธุรกิจที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว หรือจากการปิดสถานที่เสี่ยงต่อการติดโรคเป็นการชั่วคราว เช่น พ่อค้าแม่ค้าที่ขายของตามตลาดนัด นักร้อง/นักแสดงตามสถานบันเทิงต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งคนกลุ่มนี้มีเกือบร้อยละ 20 ของผู้มีงานทำทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีกลุ่มที่ได้รับผลกระทบทางอ้อมผ่านภาวะเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกที่จะต้องก้าวเข้าสู่ภาวะถดถอยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น พนักงานในโรงงานที่อาจปิดสายพานการผลิตบางส่วนเนื่องจากคำสั่งซื้อสินค้าลดลงไปมากโดยเฉพาะคำสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ ซึ่งคนที่ได้รับผลกระทบทางอ้อมนี้อาจมีการกระจายตัวอยู่ทั้งในภาคเกษตร (ร้อยละ 30 ของผู้มีงานทำ) ภาคอุตสาหกรรม (ร้อยละ 16 ของผู้มีงานทำ) และ ภาคบริการอื่น ๆ (ร้อยละ 17 ของผู้มีงานทำ) การดูแลเยียวยาคนกลุ่มนี้ให้สามารถอยู่รอดได้ท่ามกลางวิกฤตการณ์จึงเป็นความท้าทายอย่างยิ่งยวดในขณะนี้   เมื่อทบทวนดูแล้ว จะพบว่าพวกเราทุกสาขาอาชีพต่างได้รับผลกระทบจากมหันตภัยโควิด-19 กันถ้วนหน้า มากบ้างน้อยบ้างตามแต่บทบาทหน้าที่ จึงเป็นที่น่าสังเกตว่า นโยบายการช่วยเหลือจากภาครัฐในปัจจุบันจึงมีลักษณะทั้งมิติที่มุ่งให้ครอบคลุม เช่น การยืดระยะเวลาในการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา การหักลดหย่อนเบี้ยประกันสุขภาพ การบรรเทาภาระการจ่ายค่าน้ำค่าไฟ การลดภาระค่าธรรมเนียมค่าเช่า ค่าตอบแทนในการให้บริการของส่วนราชการ การลดเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม การเพิ่มเงินช่วยเหลือผู้ประกันตนที่ขอรับสิทธิประโยชน์กรณีว่างงาน รวมถึงมาตรการเสริมสภาพคล่องในวงกว้างจากทั้งระบบธนาคารและสำนักงานธนานุเคราะห์ และมิติที่มุ่งให้สามารถสนับสนุนและเยียวยาได้อย่างตรงจุด เช่น การให้ค่าเสี่ยงภัยแก่บุคลากรทางการแพทย์พร้อมกับยกเว้นภาษีเงินได้ในส่วนนั้น ๆ การสนับสนุนเงินแก่ผู้ประกอบอาชีพอิสระนอกระบบประกันสังคม ซึ่งแน่นอนว่าพวกเราทุกคนคงอยู่ในสภาวะที่ไม่ว่าเงินช่วยเหลือเยียวยาจะมีมากเท่าใดก็ไม่มีทางชดเชยความสูญเสียทั้งทางรายได้และความรู้สึกที่เรากำลังเผชิญอยู่ได้ แต่ขออนุญาตทิ้งท้ายบทความไว้ว่า ยิ่งพวกเราต้องรักษาระยะห่างกันไว้เท่าใด แต่การร้อยจิตเชื่อมใจให้เหนียวแน่นจะเป็นหนทางสายเอกในการร่วมฝ่าฟันภัยพิบัติร่วมกันไป และขอให้ทุกท่านแคล้วคลาดปลอดภัยรักษากายใจให้มั่นคงจนถึงวันที่เราจะได้ออกมาฉลองท่องเที่ยวได้อย่างเต็มที่หลังโรคร้ายยุติการแพร่ระบาดลง บทความนี้เป็นข้อคิดเห็นส่วนบุคคล ซึ่งไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับข้อคิดเห็นของธนาคารแห่งประเทศไทย ขอขอบคุณบทความจาก :  ดร.มณฑลี กปิลกาญจน์  นางสาวนันทนิตย์ ทองศรี  ฝ่ายนโยบายโครงสร้างเศรษฐกิจ
read more

เตรียมตัวสมัครงานอย่างไรให้ได้งานหลังCOVID-19

เตรียมตัวสมัครงานอย่างไรให้ได้งาน หลัง COVID-19 จากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัส COVID-19 ที่กระจายไปทั่วในตอนนี้ ผลกระทบตามมาคือ การสมัครงาน การหางาน ของผู้สมัครงานในแต่ละพื้นที่ลำบากมากขึ้น และโอกาสในการได้งานทำก็น้อยจนแทบไม่เห็นทางในช่วงระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา การรับพนักงาน ของสถานประกอบการก็มีการชะลอตัวชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการไม่รับพนักงานเพิ่ม การให้หยุดงาน การลดอัตราการรับสมัครงาน ที่หนักคือสถานประกอบการก็มีมาตรการระวังป้องกันโรคโดยไม่มีการนัดสัมภาษณ์งาน เลื่อนการเริ่มงานอย่างไม่มีกำหนด แต่ในวิกฤติก็ยังมีโอกาสการเตรียมตัวเองเพื่อสมัครงาน สัมภาษณ์และหางานในช่วงหลังสถานกาณ์ดีขึ้น จึงเป็นสิ่งจำเป็น และเป็นตัวชี้วัดว่าคุณมีความพร้อมขนาดนั้นที่จะแข่งขันในตลาดจำนวนมากกว่าปกติ สิ่งสำคัญหลัก 4 อย่าง ที่ทำได้ระหว่างรอสถานการณ์ 1. การเรียนหลักสูตรระยะสั้น การหาหลักสูตรออนไลน์ระยะสั้น เพื่อเพิ่มทักษะเฉพาะด้านหรือสิ่งที่ตัวเองชอบเป็นพิเศษ รวมทั้งเป็นการทบทวนสิ่งที่เรียนมา การพัฒนาความรู้ความสามารถในสายงานของตัวเอง ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงาน แถมเรียนจบหลักสูตร เราจะได้มีเอกสารการจบการเรียนหลักสูตรนั้นๆ ไปประกอบในการพิจารณาการสมัครงาน หางานได้อีกด้วย ปัจจุบันประสบการณ์การเรียนรู้เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้คุณพัฒนาตัวเอง และมีโอกาสในได้งานมากกว่าคนอื่น 2. การเพิ่มทักษะด้านไอทีและโปรแกรมสารสนเทศ การเตรียมความพร้อมตนเอง ทุกๆด้านในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นสายงานของเราเองการพัฒนาฝีมือแรงงาน จะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าความรู้ด้านไอทีก็จำเป็นต่อได้งานทำในยุคปัจจุบันพอสมควร ก็เริ่มจากการหาโปรแกรมที่เกี่ยวข้องกับสายงานของตนเอง สาขาที่จบการศึกษา หรือโปรแกรมเฉพาะด้านที่สนใจเป็นพิเศษ เพื่อเพิ่มศักยภาพ ทักษะด้านไอทีของเราให้สมบูรณ์แบบมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น โปรแกรม บัญชีอิเล็กทรอนิกส์ โปรแกรมออกแบบ โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ โปรแกรมด้านเฉพาะช่างและวิศวกร หรือทักษะการใช้โปรแกรมการนำเสนอผลงาน โปรแกรมพื้นฐานในการทำงาน และการใช้อินเทอร์เน็ตผ่านช่องทางต่างๆ หากมีทักษะไอทีเพิ่มขึ้นเชื่อได้เลยว่าคุณจะสมัครงานที่ไหน หางานที่ไหน ก็ได้งานแน่นอน 3. การเขียนเรซูเม่และใบสมัครงานเตรียมไว้ การสร้างเรซูเม่ในปัจจุบันไม่ได้เหมือนในอดีตอีกต่อไป เพราะหากจะสร้างจุดเด่นในสมัครงานหางานที่ไหนก็ได้งานเลยอย่างไม่ผิดหวัง เรซูเม่ก็เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกๆที่สถานประกอบการจะเข้าใจคุณมากขึ้น อินโฟรกราฟิคเรซูเม่ การดีไซน์ ออกแบบเรซูเม่ ให้เข้าใจง่าย กระชับ นอกจากข้อมูลสำคัญต่างๆ เช่น ชื่อ ที่อยู่ เบอร์ติดต่อ อีเมล์  ไลน์ กิจกรรมที่ผ่านตั้งแต่เรียนและทำงาน ทักษะพิเศษ การดีไซน์ความคิดสร้างสรรค์ในการออกบบเรซูเม่ให้น่าใจก็เป็นสิ่งจำเป็น และยังเป็นตัววัดทักษะการใช้โปรแกรมต่างๆนอกเหนือจากสายงานของคุณ  แต่ถ้าคุณอยากเพิ่มเติมอะไรก็แค่เอาแฟ้มสะสมผลงานไปตอนสัมภาษณ์ไปด้วย แค่นี้ก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว 4. หาช่องทางการหางาน เว็บหางานออนไลน์ บริษัทจัดหางาน ช่วงนี้ก็หางานศึกษาตำแหน่งงานต่างๆในเว็บไซต์หางานออนไลน์ หรือบริษัทจัดหางานต่างๆ  เพื่อดูรายละเอียดตำแหน่งงาน คุณสมบัติ สถานที่เปิดรับสมัครงาน บริษัทที่คุณสนใจ แต่ทางที่ดีก็สมัครงานออนไลน์  ผ่านระบบเว็บไซต์หางานออนไลน์ไว้เลย สร้างเรซูเม่ใบสมัครงาน ให้เรียบร้อย เมื่อสถานการณ์ดีขึ้นบริษัทเหล่านั้นที่เราสมัครงานไว้ในเว็บไซต์ก็อาจเรียกเราเป็นอันดับแรกๆก็เป็นไปได้  อีกประเด็นในช่วงนี้ก็มีหลายบริษัทยังเปิดรับสมัครงานอยู่ ผ่านเว็บไซต์หางานออนไลน์ สัมภาษณ์ออนไลน์ก็ยังมี ทางที่ดีควรเตรียมความตนเองให้พร้อม สร้างเรซูเม่ใบสมัครงานให้เรียบร้อย ฝึกฝนตนเองในด้านต่างๆอยู่ตลอดเวลา แล้วสมัครงานผ่านช่องทางออนไลน์กลุ่มนี้ไว้ก่อน เพื่อไม่ให้คุณพลาดโอกาสในการได้งานทำ ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร การเตรียมตัวให้พร้อมเป็นสิ่งสำคัญในการหางาน และทำให้คุณได้งานได้ง่ายขึ้น แค่คุณอย่างท้อแท้อย่าหยุดพัฒนาตนเอง หาแหล่งเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา จริงๆแล้วการหางาน สมัครงาน สำหรับผู้สมัครงานในยุคนี้สะดวกสบายกว่าสมัยก่อนเยอะ แถมยังมีช่องทางมากมายให้เลือก สิ่งสำคัญอีกประเด็นที่คุณจะหางานแล้วได้งานได้เร็วขึ้นคือ ทัศนคติในการทำงาน ภาวะในการทำงานและการพร้อมในทำงาน  เราเป็นกำลังใจทุกคนที่กำลังหางาน แล้วเราจะผ่านไปด้วย บทความโดย : พงศิษฐ์ ด่านประเสริฐกุล    
read more

การทำงานในยุคปัจจุบันที่เกิดโรคระบาดสิ่งที่หลายองค์กรและธุรกิจกำลังตื่นตัวคือการให้พนักงานทำงานจากที่บ้านหรือWorkFromHomeเครื่องมือในการปฏิบัติงานที่ดีคือเทคโนโลยีที่อำนวยความสะดวกในการทำงานอย่างมีคุณภาพและปลอดภัยจากโรคระบาดแอพเหล่านี้เป็นทางเลือกและสิ่งทำจะเป็นที่ต้องใช้ในการทำงานปัจจุบัน

Facebook เหมาะสำหรับ: การประชุมสำหรับผู้ที่มีบัญชีของ Facebook ซึ่งมีความหลากหลายในการใช้ระบบปฏิบัติการ ทั้ง iOS และ Android วิดีโอคอลแบบกลุ่มจาก Facebook Messenger รองรับผู้สนทนาถึง 50 คน สามารถใช้งานได้ทั่วโลก ทั้งแอพ Messenger เวอร์ชันล่าสุดบน iOS และ Android และบนเดสก์ท็อป โดยวิธีเริ่มวิดีโอคอลคือกดปุ่มวิดีโอด้านมุมบนขวาในหน้าแชทกลุ่ม วิดีโอคอลแบบกลุ่มของ Facebook Messenger นั้น ถ้ามีผู้ใช้ที่กำลังวิดีโอคอลไม่เกิน 4 คน จะแสดงวิดีโอเต็มหน้าจอ แต่ถ้า 5-6 คน จะแสดงวิดีโอจากผู้ใช้ 1 คนเป็นขนาดใหญ่ ที่เหลือจะเป็น gallery ด้านล่าง แต่ถ้าเกิดว่าผู้ใช้ที่กลุ่มใหญ่กว่านั้น จะแสดงวิดีโอจาก 6 คนแรกเท่านั้น (ที่เหลือจะฟังได้พูดได้ แต่ไม่แสดงวิดีโอ) ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ ZOOM เหมาะสำหรับ:  การประชุมเป็นห้องประชุมส่วนตัวและสามารถแบ่งเป็นกรุ๊ปหน่วยงานได้ ใช้ได้ทั้งระบบ คอมพิวเตอร์และสมาร์ตโฟน  Zoom อีกหนึ่งแอปพลิเคชันเพื่อการประชุม ที่สามารถใช้งานได้ผ่านระบบคอมพิวเตอร์และสมาร์ตโฟน โดย Zoom จะสามารถสร้าง URL สำหรับห้องส่วนบุคคลได้ และมีระบบโต้ตอบเพื่ออำนวยความสะดวกในการประชุมเช่น การพูดคุยกันเอง การเปิดหน้าจอของคนใดคนหนึ่งเพื่อให้ทุกคนที่ร่วมประชุมเห็นเนื้องาน ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการใช้ประชุมแบบจริงจัง ที่มา :  www.dailygizmo.tv LINE เหมาะสำหรับ: องค์กรที่มีการใช้ LINE ในการคุยงานอยู่แล้ว หรือการประชุมที่ไม่เป็นทางการมากนัก  แอพพลิเคชั่น Line มากับฟีเจอร์ Group call โดยผู้ใช้จะสามารถกลุ่มวีดีโอคอลได้ทั้งภายในกรุ๊ปแชทหรือห้องแชทที่มีสมาชิกหลายคนอยู่ที่สามารถรองรับจำนวนสมาชิกได้มากสุดถึง 200 คน โดยสามารถแสดงหน้าจอสูงสุด 4-10 คน และสามารถกดเลือกบุคคลที่อยากจะให้แสดงแบบเต็มหน้าจอได้ตามความต้องการ สำหรับบริการที่เกี่ยวข้องกับการประชุม ได้แก่ - โทรออกด้วยเสียง (Call) สามารถประชุมสายได้มากสุดถึง 200 คน - โทรวิดีโอ (Video Call) สามารถประชุมสายได้มากสุดถึง 200 คนเช่นกัน - นอกจากนี้ยังมีบริการ LIVE การนำเสนอหรือพรีเซนต์งานให้หลายร้อยคนสามารถดูได้ในเวลาเดียวกัน โดยสามารถมีสมาชิกร่วมดู Live ได้มากสุดถึง 500 คน ขณะเดียวกันมีฟีเจอร์อื่นๆ ใน LINE Chat ที่จะช่วยเสริมให้การสื่อสารในกลุ่มเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งเรื่องการแชร์ไฟล์ผ่าน LINE บนคอมพิวเตอร์ ที่สามารถแชร์ไฟล์ในกลุ่มคณะทำงาน ได้มากถึง 1 GB ต่อวัน รวมถึงฟีเจอร์อื่นๆ มากมาย เช่น ‘ประกาศ’ เพื่อแปะข้อความสำคัญในแชตให้ทุกคนในกลุ่มรับทราบโดยทั่วกัน, ‘โน้ต’ และ ‘Keep’ ที่สามารถเก็บข้อมูลได้หลายรูปแบบทั้งอัลบั้ม รูป&วิดีโอ ลิงก์ ไฟล์ ไว้ในกรุ๊ปแชทนั้นๆ เป็นต้น ที่มา :  กรุงเทพธุรกิจ Google Hangout เหมาะสำหรับ: ผู้มีบัญชี Gmail ต้องการประชุมอย่างเป็นทางการ การประชุมครั้งสำคัญ มีความลับเฉพาะ วิดีโอคอลรองรับผู้ใช้ได้สูงสุด 10 สำหรับการใช้บริการผ่าน Gmail, G Suite Basic หรือประชุมสูงสุด 25 คนสำหรับ Business, Education การประชุมวิดีโอสำหรับธุรกิจ สำหรับการจัดการประชุมของ Google Hangout ทำได้ผ่านฟีเจอร์ Meet และเชื่อโยงผ่าน G Suite ของ Google ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าร่วมกิจกรรมในปฏิทินหรืออีเมลเชิญได้โดยตรง ทั้งทางแล็ปท็อป โทรศัพท์ และห้องประชุม นอกจากนี้ยังสามารถสร้างหมายเลขโทรศัพท์เข้าร่วมสำหรับแต่ละการประชุม เพื่อให้ผู้เข้าร่วมทุกคนประชุมได้แม้อยู่ระหว่างการเดินทาง ไม่มี Wi-Fi หรืออินเทอร์เน็ต สำหรับคนภายนอกสามารถร่วมเข้าประชุมได้หากได้รับลิงก์เชิญเข้าประชุม อย่างไรก็ตามทางผู้ให้บริการระบุว่า เนื้อหาการประชุมทั้งรูปแบบสตรีมวิดีโอ และสตรีมเสียงทั้งหมดในฟังก์ชั่น Meet มีการเข้ารหัสไว้ ทำให้มีความปลอดภัยแม้จะประชุมนอกสถานที่ ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ ตัวอย่างแอฟ ยอดนิยมในการประชุมออนไลน์ ปัจจุบัน
read more

สถานการณ์ปัจจุบันอันเกิดจากโรคระบาดประกันสังคมสิทธิประโยชน์ให้ผู้ประกันตนเพิ่มเติมเพื่อลดความเดือดร้อนของผู้ประกันตนตามมาตรา33

เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2563 ประกันสังคมเริ่มจ่ายเงินชดเชยกรณีว่างงาน ในอัตรา 62% ของค่าจ้างรายวัน ไม่เกิน 90 วัน เนื่องจากเหตุสุดวิสัย อันเกิดจากโรคระบาดติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ พ.ศ.2563  สำหรับลูกจ้างผู้ประกันตนตามมาตรา 33 หรือแรงงานที่มีนายจ้าง หลังจากได้ลงนามในกฎกระทรวงและประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2563 ซึ่งมีจำนวนผู้ได้รับเงินรอบแรกนี้ราว 8 พันคน ผู้ที่จะได้รับสิทธิประโยชน์มี 2 กรณี คือ 1 ผู้ประกันตนที่ไม่ได้ทำงานหรือนายจ้างไม่ให้ผู้ประกันตนมาทำงาน กักตัว 14 วัน เนื่องจากสัมผัสหรือใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ COVID – 19 2 ผู้ประกันตนไม่สามารถทำงานได้ และไม่ได้รับค่าจ้างในระหว่างนั้น ไม่ว่านายจ้างจะหยุดประกอบกิจการเอง หรือหยุดประกอบกิจการตามคำสั่งของราชการ ซึ่งทำให้ผู้ประกันตนไม่ได้รับค่าจ้าง ทั้งนี้ คุณทศพล กฤตวงศ์วิมาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ย้ำว่า ผู้ประกันตนที่จะได้รับเงินชดเชยต้องเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ต้องไม่ถูกเลิกจ้างหรือลาออก และไม่ได้รับเงินค่าจ้างจากนายจ้าง โดยนายจ้างต้องมารับรองด้วยว่าเป็นลูกจ้างจริง และให้ข้อมูลเรื่องช่วงเวลาที่มีการหยุดงาน ซึ่งข้อมูลของลูกจ้างและนายจ้างต้องตรงกัน ผู้ประกันตนสามารถยื่นขอรับประโยชน์ทดแทนได้ 2 ช่องทาง คือ 1 ยื่นขอรับผ่านออนไลน์ทางเว็บไซต์ www.sso.go.th เข้าไปที่เมนู กรอกแบบฟอร์มขอรับประโยชน์ทดแทน คลิกที่นี่ !! จากนั้นคลิกที่เมนู แบบฟอร์มขอรับประโยชน์ กรณีว่างงาน (สำหรับลูกจ้าง/ผู้ประกันตน) ระบบจะมีลิงก์แบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ ขอรับประโยชน์ทดแทน กองทุนประกันสังคม กรณีว่างงาน (มาตรา 33 เท่านั้น) ให้คลิกเข้าไปกรอกข้อมูลให้ถูกต้องและครบถ้วน 2 ยื่นขอรับด้วยวิธีปกติ สามารถดาวน์โหลดแบบขอรับผลประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน (สปส.2-01/7) ได้ที่เว็บไซต์ www.sso.go.th โดยพิมพ์แบบออกมากรอกข้อมูลพร้อมสำเนาหน้าบัญชีธนาคาร แล้วจัดส่งทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือส่งเอกสารทางโทรสาร (FAX) ของสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานคร/จังหวัด/สาขากำหนด   และนายจ้างต้องเข้าไปกรอกแบบฟอร์มผ่าน www.sso.go.th เช่นกัน โดยเลือกเมนู กรอกแบบฟอร์มขอรับประโยชน์ทดแทน คลิกที่นี่ !! และคลิกที่เมนู ยืนยันการหยุดงานของลูกจ้าง อันเนื่องจากเหตุสุดวิสัย (สำหรับนายจ้าง) จากนั้นจะมีลิงก์แบบหนังสือรับรองจากนายจ้าง เพื่อยืนยันการหยุดงานของลูกจ้าง เนื่องจากมีเหตุสุดวิสัย ให้คลิกเข้าไปกรอกข้อมูลให้ถูกต้องและครบถ้วน หรือเลือกวิธีติดต่อกับสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานคร/จังหวัด/สาขากำหนด  ดูข้อมูลติดต่อสำนักงานได้ที่นี่ >> https://www.sso.go.th/eform_news/assets/sso-contacts.pdf ส่วนผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิสามารถยื่นอุทธรณ์กับประกันสังคมได้ภายใน 30 วัน ขอบคุณข้อมูล : FB ไทยคู่ฟ้า (รัฐบาลไทย)  ,  www.sso.go.th
read more

WorkFromHomeให้โดนใจเจ้านาย4ข้อที่ต้องทำ

จากบทความก่อนเราพูดถึงคนที่ทำให้เจ้านายปวดใจมากที่สุด คือคนที่ Work From Home แบบชิวๆ และจะกลายเป็นคนที่ต้องปลิวจากองค์กรไปในไม่ช้า บทความนี้ JOBBKK จะขอพูดถึงคนที่ Work From Home อย่างตั้งใจมาตลอด แต่ไม่แน่ใจเท่าไรว่าเจ้านายจะเห็นถึงความตั้งใจรึเปล่า ?   จากสถานการณ์นี้ ทุกคนต่างต้องการกำลังใจ และด้วยจำนวนพนักงานแต่ละองค์กรอาจมีหลายคน การ Work From Home เจ้านายไม่สามารถควบคุมได้หมดอยู่แล้ว จึงเป็นเรื่องของใจล้วนๆ ซึ่งจริงๆ เจ้านายก็อยากได้จากทุกคนนั่นแหละ แต่อาจเป็นไปได้น้อยมาก และในเมื่อคุณก็คือคนหนึ่งที่ให้ใจกับงาน สามารถเป็นกำลังใจให้เจ้านายได้ คุณก็ต้องส่งไปให้เขาด้วย เราจะได้เป็นกำลังใจให้กันและมีพลังที่พร้อมผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกันมากขึ้น   4 ข้อง่ายๆ นี้ นอกจากจะเป็นการส่งใจให้โดนใจเจ้านาย ยังสามารถเพิ่มคุณภาพให้งานและตัวคุณก็จะได้พัฒนาด้วย มีดังนี้ครับ     1 ห้ามป่วย ห้ามอู้ ห้ามโกหกเจ้านาย ต้องอยู่บ้านและดูแลตัวเองให้แข็งแรง ถ้าต้องออกข้างนอกก็ต้องป้องกันให้ดีที่สุด ส่วนช่วงเวลางานกับการ Work From Home เมื่อไม่มีหัวหน้าหรือเจ้านายมาเห็นว่าทำอะไร คุณเท่านั้นที่ต้องมีวินัยและซื่อสัตย์ในหน้าที่ของตัวเอง ไม่ใช่ว่าต้องเข้างาน 8 โมง แต่ตื่น 9 โมง กว่าจะเริ่มงานได้ก็เกือบ 10 โมง งานก็เดินช้าไปเกือบ 2 ชั่วโมง   ช่วงวิกฤติแบบนี้ ทุกนาทีมีค่ามากๆ มันคือความอยู่รอดของคุณและองค์กร ที่สำคัญอย่าพยายามหาวิธีเพื่อโกหก พอให้เห็นว่าคุณทำงาน เช่น ตื่นมาตอบไลน์ว่ากำลังดำเนินงานตอน 8 โมงแล้วนอนต่อ สุดท้ายงานก็ไม่เสร็จ แต่ถ้าคุณตั้งใจ มีงานส่งครบตรงเวลา ถึงแม้จะยังอยู่ในเวลางาน คุณก็พักได้ จะเล่น FB ดูหนัง ฟังเพลงก็ว่าไป แต่ก็ต้อง Stand by ตลอดที่อยู่ในช่วงเวลางาน     2 รายงานทุกวัน ทำ-เห็น-ปรับปรุงอะไร ไม่ใช่บอกแค่ว่าแต่ละวันทำอะไร แต่ต้องบอกด้วยว่าผลลัพธ์เป็นอย่างไร เจอปัญหาอะไร หรือถ้าได้ผลตอบรับที่ดีแล้วจะปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นได้อย่างไรบ้าง ทำรายงานส่งให้เจ้านายหรือหัวหน้าทราบทุกวันเลย มันจะช่วยให้คุณกระตือรือร้นในการทำงานมากขึ้น เพราะถ้าไม่ทำ ก็จะไม่มีอะไรเขียนในรายงาน   อีกอย่างคือ เมื่อเห็นผลลัพธ์และปัญหา คุณจะได้คิดหาวิธีในการทำงานให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นและได้หาวิธีแก้ปัญหาให้หมดไปได้เร็วขึ้นด้วย เพราะคุณเห็นทุกวัน แล้วแนวคิดเหล่านี้ก็สามารถนำไปต่อยอดเพื่อพัฒนางานของคุณได้มากขึ้นในอนาคตด้วย   เช่น คุณอยู่ฝ่ายการตลาดในองค์กรประเภทธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม มีหน้าที่ในการทำ Content ประชาสัมพันธ์สินค้าให้มียอดสั่งซื้อทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น คุณได้ทำการเพิ่มโพสต์ Content รายการอาหารไปตอน 4 ทุ่ม เพราะมองว่าเป็นช่วงที่ทุกคนต้องอยู่บ้านและคิดว่าช่วงนี้มีคนจำนวนมากที่เล่น Facebook ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ก็มีลูกค้าสั่งอาหารไว้ล่วงหน้าและมีเข้ามาสั่งในช่วงเช้าของวันต่อมาเพิ่มขึ้นด้วย ทำให้ทราบถึงพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายเพิ่มเติมว่า เขามีความต้องการที่จะเห็นเมนูอาหารล่วงหน้าในแต่ละมื้อ และการโพสต์ในช่วงเวลาดึก จะทำให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น ทำให้เกิดการติดตามสินค้าและสั่งซื้อเพิ่มขึ้น ดังนั้น เพื่อให้เข้าถึงลูกค้ามากขึ้นอีก ก็ต้องเลือกช่วงเวลาในการโพสต์ก่อนเวลาอาหารในแต่ละมื้อ เช่น มื้อเช้า โพสต์ในช่วง 3 – 4 ทุ่ม  มื้อเที่ยง โพสต์ช่วง 9 โมงหรือ 10 โมง และมื้อเย็น โพสต์ช่วงบ่าย 3 หรือบ่าย 4 แต่ก็ต้องติดตามผลและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาช่วงเวลาที่จะเข้าถึงลูกค้าให้ได้มากขึ้นเรื่อยๆ     3 TeamWork 100 % งานจะสำเร็จได้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทีม ตอนทำงานที่ออฟฟิศอาจไม่มีเวลาวางแผนในการติดตามงานของทีมเท่าไร ไม่ได้ Teamwork แบบเต็ม100 สักที เดี๋ยวคนนั้นยุ่ง คนนี้งานแทรกอีกมากมาย ทำให้งานเสร็จไม่ตรงเวลา ผลลัพธ์ที่ได้ก็ไม่ดีเท่าที่ควร   แต่เมื่อ Work From Home ต้องมีแผนและทำตามแผนให้ได้ ต้องมี Teamwork 100% กำหนดไว้เลย ถ้าต้องการงานเวลานี้ ต้องตามงานกับคนที่รับผิดชอบล่วงหน้าอย่างน้อยเท่าไร เช่น ต้องโพสต์ Content  ตอน 10 โมง Artwork ต้อง Approved ก่อน 9 โมง ก็ต้องมีงานส่งมาให้ดูก่อนล่วงหน้า 1 วัน อาจเป็นช่วงเย็นก่อนเลิกงานสัก 1 ชั่วโมง เพื่อเผื่อเวลา  prove     แต่ถ้าเกิดมีปัญหาในการติดตามงานของคนในทีม ก็ต้องแจ้งในรายงานประจำวัน เพื่อหาแนวทางในการปรับปรุงให้ดีขึ้นด้วย     4 ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เวลานี้มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง แล้วทำอะไรได้บ้างที่สอดคล้องกับสถานการณ์และเป็นประโยชน์ เช่น เมื่อเห็นว่ามีการแพร่ระบาดของ COVID – 19 ที่เพิ่มขึ้น ในฐานะที่คุณเป็นการตลาดขององค์กรอาหารและเครื่องดื่ม นอกจากประชาสัมพันธ์สินค้า คุณอาจทำ Content เกี่ยวกับความรู้เรื่องการรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงและช่วยต้านไวรัส ซึ่งเป็นความรู้ที่มีประโยชน์กับทุกคนเลย ไม่ใช่เฉพาะลูกค้า และความตั้งใจที่คุณทำเต็มที่ ความจริงใจที่คุณมอบให้กับทุกคน จะส่งผลให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้นอีกด้วย     แค่ 4 ข้อ คุณทำได้อยู่แล้วครับ รับรองว่าเจ้านายปลื้มมาก แถมได้ฝึกวินัยให้กับตัวเอง และยังได้ข้อมูลพร้อมทักษะต่างๆ ที่สามารถนำไปพัฒนางานต่อไปได้ด้วย   แล้วในอนาคต ไม่ว่าจะต้องเจออะไร จะหนักแค่ไหน คุณก็จะผ่านมันไปได้ง่ายๆ อย่างแน่นอนครับ     คลิกดูอัปเดตงานใหม่กว่า 585,054 อัตรา    คลิกหางานด่วน   คลิก Job Fair Online ครั้งที่ 1 ธุรกิจ อาหารและเครื่องดื่ม    คลิก Job Fair Online Urgent อัปเดตงานด่วน ช่วงวิกฤติขาดแรงงานกว่า 800 อัตรา   คลิก สมัครเรซูเม่ด่วน
read more
Top